+ เพิ่มบทความใหม่

แอ่วสาว วัฒณธรรมเลือกคู่โบราณ

แอ่วสาว  วัฒณธรรมเลือกคู่โบราณ

แอ่วสาว

 
        ในอดีตหญิงสาวชาวล้านนาเมื่อมีอายุ ๑๕ ปีขึ้นไป เรียกว่า สาวจี๋ อยู่ในระดับที่จะมีคู่ครองได้ จะเริ่ม อยู่นอก อยู่ข่วง ออกข่วง คือการออกมาอยู่นอกในยามค่ำคืน โดยนำงานบ้านของตนเองมาทำด้วยบริเวณที่รับแขก (เติ๋นบ้าน) หรือลานบ้าน งานที่นำมาทำ เช่น สานกระบุง เย็บผ้า ผ่าหมาก ปั่นฝ้าย เพื่อรอบ่าวมาเยี่ยมเยือน (มณี พยอมยงค์, สัมภาษณ์, ๓ ธันวาคม ๒๕๕๒; บัวผัน แสงงาม, สัมภาษณ์, ๑๘มกราคม ๒๕๕๒)
ดังมีคำเล่าขานว่า ขณะที่สาวปั่นฝ้ายเสียงของเผื่อนปั่นฝ้ายดัง “แว้ๆ” เสมือนเป็นคำพูดเชื้อเชิญจากหญิงสาวว่า “ปั่นฝ้ายแว้ๆ บ่แว่นี้ แล้วจะไปแว่ไหน” (บัวผัน แสงงาม, สัมภาษณ์, ๑๘มกราคม ๒๕๕๒) สาวอยู่นอก รอบ่าวมาแอ่วหา

ขันหมากใช้สำหรับต้อนรับชายหนุ่มที่มาแอ่วหา 
  
            หญิงสาวในสมัยก่อนพออายุย่าง ๑๒ ปีขึ้นไปมักนิยมเคี้ยวหมาก บริเวณเติ๋นบ้านจึงมีขันหมาก หรือแอ็บหมาก หญิงสาวมีแอ็บหมากเป็นของตัวเอง เรียกว่า ขันหมากสาว และเป็นขันหมากใช้สำหรับต้อนรับชายหนุ่มที่มาแอ่วหา (เยี่ยมเยือน) ตามธรรมเนียมล้านนา เมื่อลูกสาว อยู่นอก พ่อแม่จะเข้านอนแต่หัวค่ำ เพื่อไม่ให้บ่าวสาวรู้สึกอึดอัด ถ้ายังไม่นอน อาจจะเข้าห้องแอบฟังลูกสาวตัวเองคุยกับชายหนุ่มที่มาเยี่ยมเยือน ถ้ายังไม่แน่ใจว่าชายหนุ่มนั้นเป็นคนดี พ่อแม่จะนอนไม่ค่อยหลับ คอยฟังเหตุการณ์ และทำเสียงกระแอมอยู่เนืองๆ จนกว่าแน่ใจว่าชายที่มาคุยกับลูกสาวเป็นคนดี พูดจาเป็นผู้ใหญ่ ถ้าได้บวชเรียนมาเป็น น้อย หรือ หนาน มักเป็นที่โปรดปรานของพ่อแม่ฝ่ายหญิง เพราะถือเป็น คนสุก ได้รับการฝึกฝนอบรมมาดีแล้ว มีคุณธรรม จิตใจเยือกเย็น อดทนสูง (อุดม รุ่งเรืองศรี และศรีเลา เกษพรหม, ๒๕๔๒, หน้า ๒๕๗๘)
       
            การไป แอ่วสาว คือ การไปจีบผู้หญิง นี้ ชายหนุ่มหรือบ่าวจะเดินทางไปแอ่วสาวตั้งแต่เวลา ๒ ทุ่มเป็นต้นไป ไม่ไปช่วงหัวค่ำ เพราะเกรงว่าจะเหยียบถ้วยน้ำพริก คือไปพบช่วงที่ครอบครัวสาวกำลังรับประทานอาหารเย็น (สงวน โชติสุขรัตน์, ๒๕๑๑, หน้า ๗๖) การอยู่นอกของฝ่ายหญิง บางครั้งสาวๆ อาจจะรวมกลุ่มอยู่ด้วยกัน ๒-๓ คน ตำข้าวที่ โรงมอง (โฮงมอง) คือโรงครกกระเดื่อง โดยมีเพื่อนสาวมาช่วยตำ เพราะการตำข้าวต้องใช้คนช่วยอย่างน้อย ๒ คน คนหนึ่งตำ คนหนึ่งคอยคนข้าวในครก การตำข้าวบางทีอาจจะไม่ตำเป็นจังหวะสม่ำเสมอเรียกว่า แดะหางมอง เมื่อบ่าวได้ยินสียง ก็จะเข้ามาพูดคุย และมาช่วยตำ เรียกว่า แอ่วสาวตำข้าว
            บ่าวแอ่วสาว อาจจะไปคนเดียวหรือไปกันเป็นกลุ่ม บางคนอาจจะมีเครื่องดนตรีติดตัวไป เช่น พิณเปี๊ยะ ซึง สะล้อ ในระหว่างเดินทางอาจจะจ๊อย ขับกลอนจีบสาวแบบล้านนาไปในระหว่างเดินทาง เช่น
 
"สาวเหยสาว อ้ายมาฟู่น้อง หวังเป็นคู่ป้อง รอมแพง
ยามเดือนส่องฟ้า ดาวก็ดับแสง พี่เหลียงคอยแยง เคหาแห่งเจ้า
พี่บ่ฮักไผ เท่านายน้องเหน้า ในโขงชมพู โลกนี้"
 
หรืออีกบทหนึ่ง ว่า "เดิกมาจ้อยร้อย น้ำย้อยปลายกลอน บ่าวน้อยตียวกอง (ถนน) เน้องหยังบ่เอิ้น"
 
หรือเมื่อหญิงสาวไม่ต้อนรับ ดับไฟรีบเข้าห้องไปนอน บ่าวก็จะขับจ้อยประชดประชัน ว่า
"สาวหลับเจ๊า กิ๋นขี้หมากอง บ่าวเฒ่าเตียวกอง กิ๋นจิ๊นไก่ต้ม"
 
            การไปแอ่วสาว ส่วนมากบ่าวจะไปแอ่วสาวต่างหมู่บ้าน ต่างตำบล กล่าวคือไม่นิยมแอ่วสาวในหมู่บ้านเดียวกัน เพราะรู้นิสัยใจคอ และเห็นหน้ากันทุกวัน (อุดม รุ่งเรืองศรี และศรีเลา เกษพรหม, ๒๕๔๒, หน้า ๒๕๗๙) ดังนั้นหนุ่มๆ จะผูกมิตร กับหนุ่มหมู่บ้านอื่นๆ เพื่อสืบว่าสาวเรือนไหนอยู่นอก คนไหนสวย คนไหนพูดจาดี รวยหรือจน และก็ให้ข้อมูลสาวหมู่บ้านตัวเองเป็นการตอบแทน การแอ่วสาวในช่วงแรกๆ อาจไปกัน ๒-๓ คน ในกลุ่มมักจะมีคนใจกล้า นำทางเข้าไปพูดคุยก่อน ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีคารมดี ที่เรียกว่า แอ่วสาว

ปากหม้อ คอหมื่น พูดเก่ง อาจหน้าตาไม่ดี แล้วคอยสังเกตว่า สาวจะชอบหนุ่มคนไหน จากการแสดงออกของคำพูดและสายตา และเมื่อรู้ว่าสาวชอบหนุ่มคนไหน เพื่อนๆที่ไปด้วยกัน ก็จะขอตัวไปแอ่วสาวบ้านหลังอื่น เพื่อเปิดโอกาสให้คุยกันอย่างอีสระ

            การแอ่วสาวในหมู่บ้านที่ห่างไกล ชายหนุ่มจำเป็นต้องพกอาวุธเพื่อป้องกันตัว เช่น “มีดซุย” หรือ “ดาบ” เพื่อป้องกันตัวระหว่างเดินทาง แต่เมื่อไปถึงบ้านสาวจะต้องนำอาวุธเหล่านั้นซ่อนไว้ข้างล่าง ตามโคนต้นไม้ พุ่มหญ้า ไม่นำติดตัวขึ้นบ้านสาว เพราะถือว่าไม่สุภาพ และไม่ให้เกียรติแก่สาว (ศรีเลา เกษพรหม, ๒๕๔๔, หน้า ๔๓)

            พ่อน้อยเปี้ย เก่งการทำ ชาวบ้านยางหลวง ตำบลป่าแดด อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ (สัมภาษณ์, ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๑) เล่าให้ฟังว่า การแอ่วสาวของชาวแม่แจ่ม มีการแอ่วสาวที่เรียกว่า การแอ่วซาบ คือการไปแอ่วสาวในยามดึก เมื่อพ่อแม่เข้านอนแล้ว โดยบ่าวใช้ไม้หวายข้อง (ไม้หวายที่มีข้องอ) หรือทำเครื่องหมายเพื่อเป็นรหัสสอดเข้าช่องเสาเรือนตรงบริเวณที่สาวนอน หรือช่องพื้นเรือน เมื่อไม้หวายข้องถูกตัวสาว สาวจะใช้มือสัมผัสปลายไม้หวายที่ทำรหัสไว้แล้ว ที่โผล่จากพื้นเรือนขึ้นมา และแน่ใจโดยรหัสว่าเป็นชายที่ตัวเองหมายปอง สาวจะนอนคุยกันเบาๆ ผ่านช่องพื้นเรือน จึงเรียกว่า แอ่วซาบ หรือ แอ่วซาบฮูร่อง

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก http://library.cmu.ac.th

ขอบคุณภาพประกอบจาก ผลงานภาพวาดของ อ.วินัย ปราบริปู  ภาพชื่อ แอ่วสาว (My dear)
เป็นภาพสีอคริลิค วาดเมื่อปี 2548/2005
 

Posted by | 08-04-2558 | 14:34
0 total comment 0 | total like 2,145 | total view
likeLike
favoriteAdd to Favorite

Share Link:
 

 

กรุณา Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นสมาชิก

    เข้าชม

    2,145

    ครั้ง
    แก้ไขล่าสุดวันที่ 22/01/2559 11:02:00
    ดูทั้งหมด

    แท็กยอดนิยม


    #กำแพงเพชร
    #ป่าแม่วงก์
    #เที่ยวเชียงใหม่
    งานเทศกาลปีใหม่โล้ชิงช้า
    ชาวอาข่า
    ดอยหลวงเชียงดาว
    ท่องเที่ยว
    บ้านระเบียงดาว
    ประเพณีโล้ชิงช้า
    มือเย็นเมืองเย็น
    สถานที่ท่องเที่ยว
    อีก้อ
    เชียงราย
    เชียงใหม่
    เทศกาล
    เที่ยวเชียงราย
    เที่ยวเชียงใหม่
    เมืองเชียงใหม่
    โฮมสเตย์