+ เพิ่มบทความใหม่

ใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิล

ใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิล

ประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิล


ประเพณีเข้าอินทขิลหรือ พิธีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิลจะจัดขึ้นทุกปีเมื่อล่วงเข้าสู่เดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนมิถุนายน ของจังหวัดเชียงใหม่ในวันประกอบพิธี พวกชาวบ้านชาวเมืองทั้งหนุ่มสาว คนเฒ่าคนแก่ และเด็ก ๆ จะเตรียมดอกไม้ธูปเทียน ขันน้ำขมิ้นส้มป่อย ใส่พานหรือภาชนะใส่ของที่เรียกว่า "สลุง" เอาน่ำขมิ้นส้มป่อยใส่พานหรือสลุงไป "ท้าการสระสรง" (สรงน้ำ) สักการบูชาที่วัดเจดีย์หลวงและในระหว่างการ "บูชาเสาอินทขิล" ชาวบ้านจะจัดให้มีซอพื้นเมืองและมีช่างฟ้อนประเภท ฟ้อนหอก ฟ้อนดาบ เพื่อเป็นการสังเวยเทพยดาอารักษ์ "ผีเสื้อบ้าน" และ "ผีเสื้อเมือง" หรือที่ภาษาทางเหนือโบราณ เรียกกันว่า "เจนบ้านเจนเมือง" และเมื่อถึงก้าหนดพิธีนี้ทุก ๆ ปีพวกช่างซอที่อยู่ในเมืองเชียงใหม่ทุกคนจะต้องเดินทางมาร่วมกันที่งานบูชาเสาอินทขิลและผลัดกันซอเป็นพลีกรรมถวายการบูชาอินทขิลของชาวเมืองเชียงใหม่นั้น ได้ประพฤติปฏิบัติกันมาอย่างเป็นระบบระเบียบเรียบร้อยทุกปีมา ด้วยการแต่งกายที่เป็นพื้นเมืองอันเป็นการแสดงออกถึงวัฒนธรรมของชาวเชียงใหม่และเป็นความงามสง่า ในส่วนของวัตถุสิ่งของที่น้ามาบูชาก็ล้วนแต่เป็นสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของความสูงค่าที่เกิดจากแรงศรัทธา คารวะของชาวเชียงใหม่



โดยค้าว่า “อินทขิล” แปลว่าหลักเมือง ประวัติของเสาอินทขิลคราว ๆ คือพื้นที่เมืองเชียงใหม่ในอดีต เป็นที่อยู่ของพวกลัวะ ซึ่งได้สร้างเมืองขึ้นชื่อว่า “เมืองนพบุรี” ชาวลัวะเป็นผู้อยู่ในศีล ในธรรม พระอินทร์จึงบันดาลให้มีบ่อแก้ว บ่อเงิน บ่อทอง เกิดขึ้นในเมือง ชาวเมืองไม่ต้องท้ามาหากิน แค่เอาแก้ว เงิน ทอง ในบ่อไปขายก็ใช้ชีวิตกันได้อย่างสุขสบาย เมื่อข่าวนี้แพร่ออกไปก็มีเมืองต่าง ๆ อยากจะยึดเมืองนพบุรีเป็นของตน พระอินทร์จึงใช้ให้กุมภัณฑ์ 2 ตน น้าเสาอินทขิลใส่สาแหลกลากลงมาฝังไว้ที่เมืองนพบุรี เสาอินทขิลมีฤทธิ์ท้าให้ข้าศึกกลายเป็นพ่อค้า เมื่อพ่อค้าเหล่านั้นเข้ามาในเมืองและมาขอแก้ว เงิน ทอง จากชาวบ้าน ชาวบ้านก็บอกให้พ่อค้าเหล่านั้นตั้งจิตอธิฐานแล้วจะได้สิ่งที่ต้องการ แต่ต้องอยู่ในศีลธรรม ผู้ที่อยู่ในศีลธรรมก็จะได้อย่างที่อธิฐาน แต่ก็มีผู้ที่ไม่อยู่ในศีล ในธรรม และไม่บูชากุมภัณฑ์ 2 ตนที่เฝ้าเสา กุมภัณฑ์จึงยกเสากลับสวรรค์ไป ต่อมามีค้าท้านายว่าบ้านเมืองจะเกิดภัยภิบัติ ชาวเมืองต่างหวาดกลัว เรื่องนี้ทราบถึงพระอินทร์ พระอินทร์จึงให้ชาวเมืองสร้างเสาอินทขิลจ้าลองขึ้นและให้ท้าพิธีสักการะบูชาให้เหมือนเสาอินทขิลของจริงที่อยู่บนสวรรค์ บ้านเมืองจึงจะพ้นจากภัยพิบัติ เมื่อชาวเมืองกระท้าตาม บ้านเมืองก็สงบและเจริญรุ่งเรืองสืบมา



สมัยเมื่อ 200-300 ปีก่อน เสาอินทขิลอยู่ที่วัดสะดือเมือง จนถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ย้ายมาไว้ที่วัดเจดีย์หลวงวรวิหารซึ่งจะเป็นประเพณีที่เกี่ยวกับความเชื่อของคนโบราณโดยจัดขึ้นเป็นประจ้าทุกปีที่วัดเจดีย์หลวง ซึ่งเป็นวัดส้าคัญเก่าแก่วัดหนึ่งและมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่เกี่ยวเนื่องกับการสร้างเมืองเชียงใหม่มา ตั้งแต่อดีตวัดเจดีย์หลวงเป็นวัดที่สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าแสนเมืองมา กษัตริย์องค์ที่ 7 แห่งราชวงศ์มังรายซึ่งครองราชอาณาจักรล้านนาไทย ชาวเชียงใหม่เชื่อว่า เมื่อสักการะบูชาเสาอินทขิลแล้ว บ้านเมืองจะพ้นภัยพิบัติและมีความเจริญรุ่งเรืองขึ้น จึงเป็นประเพณีสักการบูชามาจนถึงทุกวันนี้

ขอบคุณภาพจาก http://student.nu.ac.th/kyu/page3.html

TAGS:
Posted by | 22-04-2558 | 10:27
0 total comment 0 | total like 1,753 | total view
likeLike
favoriteAdd to Favorite

Share Link:
 

 

กรุณา Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นสมาชิก

    เข้าชม

    1,753

    ครั้ง
    แก้ไขล่าสุดวันที่ 01/03/2559 16:22:07
    ดูทั้งหมด

    แท็กยอดนิยม


    #กำแพงเพชร
    #ป่าแม่วงก์
    #เที่ยวเชียงใหม่
    งานเทศกาลปีใหม่โล้ชิงช้า
    ชาวอาข่า
    ดอยหลวงเชียงดาว
    ท่องเที่ยว
    บ้านระเบียงดาว
    ประเพณีโล้ชิงช้า
    มือเย็นเมืองเย็น
    สถานที่ท่องเที่ยว
    อีก้อ
    เชียงราย
    เชียงใหม่
    เทศกาล
    เที่ยวเชียงราย
    เที่ยวเชียงใหม่
    เมืองเชียงใหม่
    โฮมสเตย์