+ เพิ่มบทความใหม่

เจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์สุดท้าย

เจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์สุดท้าย

เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์สุดท้าย



มหาอำมาตย์โท พลตรี เจ้าแก้วนวรัฐ (29 กันยายน พ.ศ. 2405-3 มิถุนายน พ.ศ. 2482) เป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 9 แห่งราชวงศ์ทิพย์จักร และองค์สุดท้ายแห่งนครเชียงใหม่

พระราชประวัติ

เจ้าแก้วนวรัฐประสูตืเมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2405 เป็นพระราชโอรสในพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองเชียงใหม่องค์ที่ 7 ประสูติแต่แม่เจ้าเขียว และเป็นเจ้าราชนัดดา (หลานปู่) ในเจ้าราชวงศ์ (มหาพรหมคำคง) เจ้าราชวงศ์นครเชียงใหม่

เจ้าแก้วนวรัฐมีพระขนิษฐาร่วมพระมารดา 1 พระองค์ คือ เจ้าหญิงจอมจันทร์ ณ เชียงใหม่

ครั้นเจ้าอินทวโรรสสุริยวงษ์ถึงแก่พิราลัยเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2452 แล้ว พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งทรงทราบความที่เจ้าดารารัศมี พระราชชายา ถวายบังคมลาไปประทับที่นครเชียงใหม่ก่อนแล้ว จึงมีพระราชดำรัสกับเจ้าดารารัศมีให้เลือกผู้แทนเจ้าอินทวโรรส ที่ว่า   

   "ในการเลือกเจ้านครเชียงใหม่แทนเจ้าอินทวโรรสสุริยวงษ์ตามกฎต้องให้ทายาทผู้สืบตระกูลรับตำแหน่งนี้ ซึ่งควรจะต้องได้แก่เจ้าราชบุตร (เลาแก้ว) ทายาทแต่ผู้เดียว แต่ในตำแหน่งนี้จะต้องเป็นพระอภิบาลเจ้าดารารัศมี พระราชยายาในรัชกาลที่ 5 ด้วย ในขณะนี้เจ้าราชบุตรยังอายุน้อยอยู่ ฉะนั้นพระราชชายาเจ้าดารารัศมีจึงขอเลือกเจ้าอุปราชแก้ว รับหน้าที่นี้ก่อน"
   
วชิราวุธ ป.ร.

ดังนั้นแล้ว พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเจ้าอุปราชแก้ว ขึ้นเป็นเจ้าแก้วนวรัฐ ประพัทธอินทนันทพงษ์ ดำรงนพีสีนครเขตต์ ทศลักษณเกษตรอุดม บรมราชสวามิภักดิ์ บริรักษปัจฉิมานทิศ สุจริตธรรมธาดา มหาโยนางคราชวงศาธิบดี เจ้านครเชียงใหม่ ขึ้นครองนครเชียงใหม่ ใน พ.ศ. 2453 (หากนับวันขึ้นศักราชเป็นวันที่ 1 เมษายน จะนับเป็น พ.ศ. 2452)

บั้นปลายชีวิต

เจ้าแก้วนวรัฐ ได้เริ่มป่วยตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2481 แม้ว่าท่านจะมีอาการป่วยแต่ก็ยังเดินทางไปกรุงเทพมหานคร เพื่อรับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เมื่อครั้งเสด็จนิวัติพระนคร ต่อมาปรากฏว่าอาการไตและตับอักเสบที่เป็นอยู่ยังไม่ทันจะหายดี ก็พบอาการปอดบวมขึ้นอีก จนท่านถึงแก่พิราลัย เมื่อเวลา 21.40 น. ของวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2482 รวมระยะเวลาที่ทรงครองนคร 28 ปี สิริพระชันษา 77 ปี

ครั้นข่าวการถึงแก่พิราลัยแพร่ออกไป บรรดาบุคคลสำคัญก็ได้มีโทรเลขและจดหมายแสดงความเสียใจมาเป็นจำนวนมาก เช่น คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ดังความว่า
   

   " เจ้าราชบุตร
    เชียงใหม่
    คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในพระปรมาภิไธย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทราบข่าวด้วยความเศร้าสลดใจว่า เจ้าแก้วนวรัฐฯ ได้ถึงแก่พิราลัยเสียแล้ว จึงขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งมายังบรรดาบุตรและธิดาโดยทั่วกัน.."   

อาทิตย์ทิพอาภา
พล.อ.พิชเยนทร์โยธิน
   

   " เรียน พ.ท.เจ้าราชบุตร
    เชียงใหม่
    ผมได้รับโทรเลขของเจ้า แจ้งว่า พล.ต.เจ้าแก้วนวรัฐฯ ได้ถึงแก่พิราลัยแล้ว ในนามของรัฐบาลของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และในนามของผมเอง ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งมายังเจ้าและญาติทั้งหลายด้วย.."   

พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี

ในการพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ มีนาวาอากาศเอก ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้แทนของรัฐบาลและได้มาเป็นประธานในงานพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ โดยรถไฟกระบวนพิเศษ พร้อมด้วยเจ้าพนักงานกรมพระราชพิธี มีพระยาราชโกษา เป็นหัวหน้านำโกศ ฉัตร แตร และกลองชนะ ไปพระราชทานเป็นเกียรติยศ แต่พระราชทานลองมณฑปมีเฟืองประกอบโกศเป็นเกียรติยศพิเศษ และโปรดเกล้าฯ ให้มีการประโคม

สำหรับการพระราชกุศล ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานไตรบังสกุล และพระสวดพระอภิธรรมกำหนด 7 วัน และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชการแต่งเครื่องแบบครึ่งยศไว้ทุกข์ และทางราชการได้สั่งให้ข้าราชการฝ่ายเหนือ ไว้ทุกข์มีกำหนด 7 วัน


คุ้มเจ้าแก้วนวรัฐ

พระโอรส-ธิดา


เจ้าแก้วนวรัฐ ทรงมีราชโอรสและราชธิดา รวม 6 พระองค์ อยู่ในราชตระกูล ณ เชียงใหม่ มีพระนามตามลำดับ ดังนี้
แม่เจ้าจามรี

ใน แม่เจ้าจามรี (มีราชโอรส 2 ราชธิดา 1)  ธิดาในเจ้าราชภาคินัย (น้อยแผ่นฟ้า) (โอรสใน"เจ้าราชบุตร (สุริยฆาต)")

    เจ้าอุตรการโกศล (ศุขเกษม ณ เชียงใหม่) เจ้าชายในตำนาน "มะเมียะ" เสกสมรสกับ "เจ้าหญิงบัวชุม ณ เชียงใหม่"
    เจ้าบัวทิพย์ ณ เชียงใหม่-สมรสกับ "ร้อยตรีเจ้าน้อยกุย สิโรรส" มีธิดา 1 คน คือ เจ้าสร้อยดารา ต่อมาภายหลังสมรสกับ "เจ้าราชภาคินัย (น้อยเมืองชื่น ณ เชียงใหม่)" ไม่มีโอรสธิดา
    พลตรี เจ้าราชบุตร (วงษ์ตวัน ณ เชียงใหม่), เจ้าราชบุตรนครเชียงใหม่ มีธิดา 3 คน
    เจ้าวงศ์จันทร์ (ณ เชียงใหม่) คชเสนี
    ปวิตร คชเสนี
    คุณหญิงวิจันทรา (คชเสนี) บุนนาค
    คุณหญิง เจ้าพงษ์แก้ว (ณ เชียงใหม่) ณ ลำพูน และ
    คุณหญิง เจ้าระวีพันธ์ (ณ เชียงใหม่) สุจริตกุล

หม่อมบัวเขียว

ใน หม่อมบัวเขียว ณ เชียงใหม่ (มีราชโอรส 2 ราชธิดา 1)

    เจ้าพงษ์อินทร์ ณ เชียงใหม่-สมรสกับ "หม่อมตระการ (บุนนาค) ณ เชียงใหม่" และ "หม่อมจันทร์สม (ชนะนนท์) ณ เชียงใหม่" มีบุตร-ธิดา คือ
        เจ้าประไพพรรณ สุขุมวาทย์ (จาก หม่อมตระการ)-สมรสกับ "พลตำรวจเอกสุทัศน์ สุขุมวาท, อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ"
        เจ้าวงศ์สักก์ ณ เชียงใหม่
        เจ้าเติมศักดิ์
        เจ้าสมพงษ์
        เจ้าพิมผกา
    เจ้าศิริประกาย ณ เชียงใหม่-สมรสกับ "เจ้ากาวิละวงศ์ ณ เชียงใหม่" มีบุตร-ธิดา ดังนี้
        เจ้าพงษ์กาวิล ณ เชียงใหม่
        เจ้าศิริกาวิล สิงหรา ณ อยุธยา
        เจ้ากอแก้ว ประกายกาวิล ณ เชียงใหม่
    เจ้าอินทนนท์ ณ เชียงใหม่-สมรสกับ "เจ้าสุคันธา ณ เชียงตุง "ราชธิดาใน เจ้าฟ้ารัตนะก้อนแก้วอินแถลง เจ้าฟ้าหลวงเชียงตุง องค์ที่ 40"ประสูติแต่เจ้านางบัวทิพย์หลวง มีบุตร-ธิดา ดังนี้
        เจ้ารัตนินดนัย
        เจ้าวิไลวรรณ
        เจ้าสรรพสมบูรณ์
        เจ้าไพฑูรย์ศรี
        เจ้าวีระยุทธ

ใน เจ้าหญิงไฝ (ไม่มีราชโอรส ราชธิดา)

ใน หม่อมแส (ไม่มีราชโอรส ราชธิดา)

พระกรณียกิจสำคัญ

เจ้าแก้วนวรัฐ เริ่มเข้ารับราชการเมื่อ พ.ศ. 2420 ขณะมีพระชันษาได้ 15 ปี ในสมัยที่พระบิดาของท่าน คือ เจ้าอินทวิชยานนท์ได้เป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 7 ซึ่งมีสิทธิ์ในการปกครองอย่างเจ้าประเทศราชที่ต้องถวายต้นไม้เงินต้นไม้ทองเป็นเครื่องราชบรรณาการทุก 3 ปี
คุ้มหลวง เจ้าแก้วนวรัฐ

ผลงานที่สำคัญ ได้แก่


    พ.ศ. 2420 เจ้าอินทวิชยานนท์ โปรดให้คุมราษฎรจังหวัดเชียงใหม่-ลำพูน ประมาณ 300 ครัวเรือน ขึ้นไปตั้งภูมิลำเนาที่เมืองเชียงแสนซึ่งเป็นเมืองร้าง
    พ.ศ. 2429 เจ้าอินทวิชยานนท์ โปรดให้เป็นผู้แทนพระองค์ควบคุมเครื่องราชบรรณาการและต้นไม้เงินต้นไม้ทอง ไปทูลเกล้าถวายแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ กรุงเทพฯ
    พ.ศ. 2433 ปราบกบฏพญาผาบ นายแคว้นสันทรายที่ก่อกบฏขึ้น โดยรวบรวมชาวบ้านติดอาวุธโดยว่าจะเข้ามาฆ่านายอากรชาวจีนและข้าราชการชาวไทย อันเนื่องมาจากไม่พอใจที่ราษฏรถูกขูดรีดเรื่องภาษีจนถึงขั้นทำร้ายราษฏร
    พ.ศ. 2445 ทรงนำกำลังจับกุมผู้ร้ายปล้นที่ว่าการอำเภอหางดง และระงับเหตุเงี้ยวเมืองฝางก่อจลาจล
    พ.ศ. 2453 รั้งตำแหน่งเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ และได้เดินทางไปร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
    เป็นนายกองสร้างถนนหลายสาย เพื่อเชื่อมการคมนาคมอำเภอรอบนอกกับในเมือง ถนนสายสำคัญที่ท่านมีส่วนร่วม ได้แก่ ถนนสายสันทราย-ดอยสะเก็ด ปัจจุบันเรียก ถนนแก้วนวรัฐ ถนนสายขึ้นดอยสุเทพร่วมกับครูบาศรีวิชัย ซึ่งท่านเป็นประธานฝ่ายคฤหัสถ์ และเป็นผู้ขุดเป็นปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2477
    พ.ศ. 2477 ทรงสร้างสะพานนวรัฐ ขึ้นเป็นสะพานไม้เพื่อเชื่อมสองฝั่งแม่น้ำปิง
    เจ้าแก้วนวรัฐ ทรงนำเสด็จพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ครั้งเสด็จเลียบมณฑลฝ่ายเหนือ พ.ศ. 2469

การศาสนา

เจ้าแก้วนวรัฐ มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง พระองค์ท่านได้สนับสนุนให้เจ้าน้อยศุขเกษมไปบวชในพระพุทธศาสนา และได้ทะนุบำรุงศาสนาอีกจำนวนมาก เช่น

    สร้างธรรมหาเวสสันดรและชาดกต่างๆ ถวายไว้ที่วัดหัวข่วง และนิมนต์ไปแสดงพระธรรมเทศนาที่คุ้มหลวงทุกวันพระ
    พ.ศ. 2440 โปรดให้สร้างพระพุทธรูปถวายวัดเชียงยืน
    โปรดให้บูรณะวัดโลกเหนือเวียง (วัดโลกโมฬี ในปัจจุบัน)
    โปรดให้สร้างพระวิหารวัดเชตุพน

การได้รับพระราชทานนามสกุล

เจ้าแก้วนวรัฐ ได้รับพระราชทานนามสกุล ณ เชียงใหม่ (อักษรโรมัน: na Chiengmai) ซึ่งเป็นนามสกุลพระราชทาน ลำดับที่ 1,161 จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2457 โดยพระราชทานให้แก่ผู้สืบเชื้อสายจากบรรพบุรุษที่มีนิวาสถานตั้งอยู่ในที่แห่งนั้นเป็นเวลานานมาก มีผู้คนรู้จัก และนับถือโดยมาก โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่ได้รับพระบรมราชานุญาตใช้คำว่า "ณ" นำหน้าสกุลเป็นอันขาด ต่อมาภายหลังตระกูล ณ เชียงใหม่ ยังคงเป็นตระกูลที่มีบทบาทและได้รับการยกย่องจากระบบราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาค มีบทบาทสำคัญในฐานะส่วนหนึ่งของพิธีการต่างๆ เพื่อรับรองนโบายการปกครองที่ดำเนินมานับแต่ พ.ศ. 2442 อาทิ เป็นหนึ่งในสิบตระกูลที่ได้เข้าเฝ้าในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช การเตรียมการรับเสด็จราชอาคันตุกะทุกๆ คราว และการถวายความจงรักภักดีต่อราชวงศ์จักรี


Posted by | 22-04-2558 | 11:32
0 total comment 0 | total like 1,129 | total view
likeLike
favoriteAdd to Favorite

Share Link:
 

 

กรุณา Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นสมาชิก

    เข้าชม

    1,129

    ครั้ง
    แก้ไขล่าสุดวันที่ 15/01/2559 16:56:28
    ดูทั้งหมด

    แท็กยอดนิยม


    #กำแพงเพชร
    #ป่าแม่วงก์
    #เที่ยวเชียงใหม่
    งานเทศกาลปีใหม่โล้ชิงช้า
    ชาวอาข่า
    ดอยหลวงเชียงดาว
    ท่องเที่ยว
    บ้านระเบียงดาว
    ประเพณีโล้ชิงช้า
    มือเย็นเมืองเย็น
    สถานที่ท่องเที่ยว
    อีก้อ
    เชียงราย
    เชียงใหม่
    เทศกาล
    เที่ยวเชียงราย
    เที่ยวเชียงใหม่
    เมืองเชียงใหม่
    โฮมสเตย์