+ เพิ่มบทความใหม่

พิธีลงจอบ สร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ

พิธีลงจอบ สร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ

 พิธีลงจอบ สร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ


 

 ภายหลังที่ครูบาศรีวิชัยร่วมกับศรัทธาประชาชนชาวเชียงใหม่และใกล้เคียงได้ก่อสร้างถนนขึ้นสู่วัดพระธาตุดอยสุเทพ ซึ่งใช้เวลาสร้างกว่า 5 เดือนแล้วเสร็จในวันที่ 30 เมษายน 2478 อันนับเป็นการเริ่มต้นเส้นทางธรรมที่นำพุทธศาสนิกชนจากทั่วสารทิศมุ่งหน้าขึ้นไปนมัสการพระบรมธาตุดอยสุเทพในอดีตการเดินทางขึ้นไปนมัสการองค์พระธาตุดอยสุเทพเป็นไปด้วยความลำบากยิ่ง จะต้องเดินเท้าขึ้นไปใช้เวลาหลายชั่วโมง จนกระทั่งปี พ.ศ.2460 เมื่อพระองค์เจ้าบวรเดช ซึ่งเป็นอุปราชมณฑลพายัพได้ทรงมีดำริให้นายช่างกองทางสำรวจในการก่อสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพซึ่งประมาณกันแล้วจะต้องใช้เงินในการก่อสร้างถึง 2 แสนบาทและจะต้องใช้เวลาในการสร้างทางนานถึง 3 ปี ทางราชการไม่มีเงินงบประมาณจึงได้สั่งระงับลงตั้งแต่บัดนั้น



      ต่อมาหลวงศรีประกาศและเจ้าแก้วนวรัฐ ซึ่งเป็นเจ้าหลวงเชียงใหม่จึงกราบอาราธนาครูบาศรีวิชัย อธิษฐานจิตนั่งสมาธิดูความสำเร็จอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งครูบาศรีวิชัยท่านก็นัดให้มาฟังคำตอบอีกทีในวันรุ่งขึ้น ครั้นรุ่งขึ้น เมื่อทั้ง 2 ท่านก็เดินทางเข้ากราบนมัสการครูบาศรีวิชัยอีกครั้งหนึ่ง ก็ได้รับคำตอบว่า “จะเสร็จภายใน 6 เดือนนี้”  และท่านยังพูดเป็นปริศนาอีกว่า “วันศุกร์ขึ้นเขา วันเสาร์ลงห้วย” ขอให้เริ่มพิธีได้ หลวงศรีประกาศ จึงรีบเดินทางไปปรึกษาคุณนายเรือนแก้ว ซึ่งเป็นภริยา ก็ได้รับการตอบรับด้วยดี พร้อมยังอาสาทำหน้าที่เป็นแม่ครัว หลวงศรีประกาศจึงได้ใช้เงินส่วนตัวจัดพิมพ์ใบปลิวเกี่ยวกับการจะสร้างทางขึ้นดอยสุเทพ จำนวนห้าหมื่นฉบับ และเจ้าแก้วนวรัฐก็ได้จัดพิมพ์เพิ่มอีก ห้าหมื่นฉบับ ออกแจกจ่ายให้แก่ประชาชนทั่วภาคเหนือ

       ครูบาศรีวิชัยได้ถือเอาฤกษ์ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2477 โดยครูบาได้มอบหมายให้ครูบาเถิ้ม เจ้าอาวาสวัดแสนฝาง เป็นผู้ขึ้นท้าวทั้ง 4 ในเวลา 01.00 น. ครั้นพอถึงเวลา 10.00 น. พระยาพหลพลพยุหเสนา นายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศไทย ได้อาราธนานิมนต์ครูบาศรีวิชัย จากวัดพระสิงห์มาสู่บริเวณพิธี เมื่อขบวนนิมนต์ครูบาศรีวิชัยเดินทางมาถึงบริเวณเชิงดอย (บริเวณวัดศรีโสดา) พิธีลงจอบแรกการสร้างทางขึ้นดอยสุเทพก็เริ่มขึ้น โดยครูบาเถิ้ม วัดแสนฝางเป็นผู้สวดเจริญพระพุทธมนต์และสวดชัยมงคลคาถา พระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นผู้ลงจอบแรกเป็นพิธีและครูบาศรีวิชัยท่านลากมูลดิน เป็นพิธีเอาฤกษ์เอาชัย จากนั้นเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่จึงได้ลงจอบแรกประเดิม ติดตามด้วยหลวงศรีประกาศ คุณนายเรือนแก้ว เจ้านายฝ่ายเหนือ พ่อค้าคหบดี ต่างร่วมลงจอบแรกประเดิมการสร้างทางอย่างทั่วถึง

 

      ครูบาศรีวิชัย ท่านได้ประกาศต่อผู้คนที่มาร่วมงานในพิธีวันนั้นว่า “การสร้างทางในครั้งนี้ นับเป็นการใหญ่อย่างยิ่ง จะสำเร็จลงได้ก็ต่อเมื่อมีเทวดามาช่วย ท่านทั้งหลายจงมีความมั่นใจและร่วมมือกันอย่างจริงจัง จะเห็นผลสำเร็จอย่างแน่นอน” ท่านได้ประกาศวาจาสิทธิ์ออกมาเป็นการทำให้มหาชนเกิดพลังว่ามีเทวดามาช่วย แต่กระนั้นหลวงศรีประกาศ ก็ยังมิวายวิตกเพราะเกรงจะไม่สำเร็จ เพราะวันนั้นมีแต่ผู้คนมาช่วยเพียงไม่เท่าไร ครูศรีวิชัยเล็งเห็นหลวงศรีประกาศที่กระวนกระวายเช่นนั้น จึงกล่าวต่อหลวงศรีประกาศไปว่า “คุณหลวงไม่ต้องวิตก อีก 7 วันคนจะมามากขึ้นจนไม่มีที่ขุด”  

      จากนั้นอีก 7 วัน เมื่อใบปลิวจำนวน หนึ่งแสนฉบับ กระจายไปถึงมือศรัทธาประชาชน ชาวล้านนาหลายอำเภอ หลายจังหวัดทางภาคเหนือ มีหลายชนชั้น หลายเชื้อชาติภาษาต่างทยอยกันมาสู่เชิงวัดศรีโสดา บ้างก็จูงลูกจูงหลาน บ้างก็หาบสัมภาระ อาหารการกินมาสมบทช่วยเหลือ บ้างก็แบกจอบเสียม จากสิบเป็นร้อย จากร้อยเป็นพันและจากพันเป็นหมื่น จนดูแน่นขนัดไปทั่วบริเวณ  



      การก่อสร้างทางในช่วงแรก ๆ นั้น เป็นหน้าที่ของหลวงศรีประกาศ เถ้าแก่โหงวและเจ้าแก้วนวรัฐ นอกจากนั้นเถ้าแก่โหงวและหลวงศรีประกาศยังรับหน้าที่คอยดูแลรถน้ำซึ่งบรรทุกน้ำและอาหารขึ้นลงตลอดระยะทางในการก่อสร้าง ส่วนครูบาเถิ้มได้รับมอบหมายให้เป็นผู้นำแผ้วผาง บุกเบิกเส้นทางพร้อมกับขุนกัณฑ์ ชนะนนท์  นอกจากนั้นบรรดาชาวเมืองเชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าคหบดี ทหาร ตำรวจ ชาวบ้าน ในเขตแขวงเมืองเชียงใหม่ ต่างมาร่วมกันเป็นหมู่คณะจัดเครื่องไทยทาน ข้าวสารอาหารแห้ง ผลไม้ต่าง ๆ ตลอดจนอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ในการสร้างทาง ลำเลียงด้วยรถบรรทุกจำนวนกว่า 50 คันแล้วแห่ด้วยขบวนดุริยางค์ แตรวง แห่กันมาอย่างใหญ่โตมโหฬาร เพื่อนำมาถวายครูบาศรีวิชัย ในการร่วมสร้างทางขึ้นดอยสุเทพ

การสร้างทางขึ้นดอยสุเทพเป็นไปอย่างรวดเร็ว เช้ามาทุกคนก็มุ่งปฏิบัติหน้าที่ที่ตนมีอยู่ในหมู่หมวดนั้นๆ ค่ำมาก็จัดการแสดงรื่นเริงประสาชาวบ้าน ใครมีอะไรก็จะนำมาแสดง ไม่ว่าจะเป็นชาวเขาชาวดอยหรือชาวพื้นราบ ต่างผลัดกันขึ้นมาแสดงกันอย่างสนุกสนาน ด้วยพลังมหาชนคนหลายพันคน รวมกันเป็นเรือนหมื่น ซึ่งหลั่งไหลมาจากหลายอำเภอหลายจังหวัด เช่น ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน เชียงราย พะเยา แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ตาก สุโขทัย พิษณุโลก เชียงแสน ตลอดจนแถบชายแดนพม่า ด้วยบุญญาบารมีอันแรงกล้ากับหยาดเหงื่อแรงกายแรงใจ และแรงศรัทธาของประชาชน ไม่นานทางขึ้นสู่ดอยสุเทพก็สำเร็จลุล่วง ด้วยระยะทาง 11 กิโลเมตรกับอีก 530 เมตรโดยใช้เวลาในการก่อสร้างเพียง 5 เดือนกับ 22 วันพิธีเปิดถนนประเดิมเส้นทางเป็นครั้งแรก โดยใช้รถยนต์ของเถ้าแก่โหงว แล้วอาราธนานิมนต์ครูบาศรีวิชัยนั่งขับขึ้นสู่ดอยสุเทพในวันที่ 30 เมษายน 2478 พร้อมทั้งจัดพิธีฉลองสมโภชอีก 15 วัน 15 คืน.
     
  ขอบคุณ    บทความโดย  

     คุณ จักรพงษ์  คำบุญเรือง
      jakrapong@chiangmainews.co.th.
      3/11/55

Posted by | 27-04-2558 | 12:00
0 total comment 0 | total like 1,251 | total view
likeLike
favoriteAdd to Favorite

Share Link:
 

 

กรุณา Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นสมาชิก

    เข้าชม

    1,251

    ครั้ง
    แก้ไขล่าสุดวันที่ 15/01/2559 16:05:33
    ดูทั้งหมด

    แท็กยอดนิยม


    #กำแพงเพชร
    #ป่าแม่วงก์
    #เที่ยวเชียงใหม่
    งานเทศกาลปีใหม่โล้ชิงช้า
    ชาวอาข่า
    ดอยหลวงเชียงดาว
    ท่องเที่ยว
    บ้านระเบียงดาว
    ประเพณีโล้ชิงช้า
    มือเย็นเมืองเย็น
    สถานที่ท่องเที่ยว
    อีก้อ
    เชียงราย
    เชียงใหม่
    เทศกาล
    เที่ยวเชียงราย
    เที่ยวเชียงใหม่
    เมืองเชียงใหม่
    โฮมสเตย์