+ เพิ่มบทความใหม่

ที่เที่ยว / เที่ยวเชิงวัฒนธรรม / แม่ฮ่องสอน


วัดหัวเวียง

เที่ยวเชิงวัฒนธรรม

ภาพจาก  http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=16698

วัดหัวเวียง



ประวัติความเป็นมา

วัดหัวเวียงสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2406 รวมอายุมาแล้วหนึ่งร้อยกว่าปีวัดหัวเวียงแห่งนี้เป็นวัดหลังที่สองของเมืองแม่ฮ่องสอน คำว่า หัวเวียงก็คือ หัวเมืองนั่นเอง ในสมัยก่อนโน้นทางทิศเหนือของวัดเป็นป่าเป็นเขา เสาศาลาการเปรียญของวัดก็ยังไปตัดเอาไม้ตามป่าตามเขา แต่ว่าบัดนี้บริเวณดังกล่าวเป็นบ้านเรือนไปหมดแล้ว วัดหัวเวียงตั้งอยู่ใจกลางเมืองแม่ฮ่องสอนมีลักษณะทางสถาปัตยกรรมแบบไทใหญ่ ในวัดเป็นที่ประดิษฐานพระมหามุนี หรือพระเจ้าพลาละแข่ง ภายในวัดมีศาลาการเปรียญหลังใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองแม่ฮ่องสอน วัดหัวเวียงหลังแรกสร้างขึ้นมาโดยคนสมัยนั้นสร้างขึ้นเป็นหลังๆ รวม 7 หลัง ศาลาทั้ง 7 หลังนี้ได้รับศรัทธาจากหลายๆคนสร้างถวายต่อเติมออกไปทีละหลัง แต่ละหลังก็มีศรัทธาคนหนึ่งสร้างถวาย และสร้างพระพุทธรูปขึ้น ไว้ที่ศาลาการเปรียญรวม 5 องค์ มีพระประธานองค์ใหญ่ตั้งอยู่ หน้าตักกว้าง 3 เมตร สูง 3.25 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2420 วัดนี้สร้างเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองแม่ฮ่องสอนมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล ศาลาการเปรียญหลังเก่า 7 หลังได้รื้อถอนไปหมดแล้วเมื่อปีพ.ศ. 2515 และพอต้นปี พ.ศ. 2516 ในเดือนมกราคม ก็ได้เริ่มสร้างศาลาการเปรียญหลังปัจจุบันขึ้นมาใหม่ และสร้างเสร็จเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2517 รวมการก่อสร้างเป็นเวลา 1 ปี 8 เดือน และได้จัดงานฉลองเมื่อวันที่ 22 - 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 การก่อสร้างศาลาการเปรียญหลังนี้สิ้นทุนทรัพย์รวมทั้งสิ้น 996,965.35 บาท ทุนทรัพย์ทั้งหมดอาศัยแรงศรัทธาของประชาชนทั้งใกล้และไกลช่วยกันบริจาค และได้มาจากการจัดนมัสการพระมุนีหรือเจ้าพลาละแข่ง ได้รับเงินสนับสนุนจากกรมศาสนา ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2526 ได้ต่อเติมอาคารหลังนี้ออกไปทางทิศเหนืออีก 1 ห้อง กว้าง 4 เมตร ยาว 32 เมตรหมดทุนทรัพย์ไปแล้วประมาณ 200,000 กว่าบาท วัดนี้เป็นศูนย์กลางของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นที่ชุมนุมของพ่อค้า ประชาชนที่มาใช้ประโยชน์ เช่นว่า เป็นหน่วยเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล สมาชิกสภาจังหวัด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตลอดทั้งยังเป็นที่ชุมนุมของลูกเสือชาวบ้านทุกเดือน แม้กระทั่งการประชุมพระสังฆาธิการในอำเภอและต่างอำเภอ ในจังหวัดและต่างจังหวัดที่มีส่วนร่วมก็มาประชุมกันที่วัดนี้ตลอดมาไม่มีขาด

เหตุการณ์สำคัญ ของวัดหัวเวียง คือการนำพระมหามุนี หรือเจ้าพลาละแข่งที่หล่อจำลอง จากเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า มาประดิษฐานที่วัดหัวเวียงโดยลุงจองโพหย่า และลุงจองหวุ่นนะ เดินทางไปนิมนต์มาพระเจ้าพลาละแข่งองค์นี้หล่อเป็นท่อนๆทั้งหมด 9 ท่อน บรรทุกเรือมาตามแม่น้ำปาย แล้วมาประกอบที่วัดพระนอนนำมาประดิษฐานที่วัดหัวเวียงชาวแม่ฮ่องสอนถือว่าพระเจ้าพลาละแข่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืององค์หนึ่ง  ปัจจุบันวัดหัวเวียงประกอบด้วย พระ 4 รูป และเณร 9 รูป

รายนามเจ้าอาวาสวัดหัวเวียง


1. พระอู น่าก๊ะ
2. พระอู พอก๊ะ
3. พระครูศิลวราจารย์ พ.ศ. 2490 - 2498
4. พระมหานันตา ธมมธีโร พ.ศ. 2498 - 2513
5. พระครูอนุศาสน์ ธรรมกิจ พ.ศ. 2513 -ปัจจุบัน

ความเชื่อเกี่ยวกับพระเจ้าพลาละแข่ง

ความเชื่อเกี่ยวกับพระเจ้าพลาละแข่งเมื่อศรัทธาวัดหัวเวียงอัญเชิญพระพุทธรูปมาไว้วัดหัวเวียงนั้น พอนำออกมาจากวัดพระนอนก็มีผึ้งรังใหญ่บินไปพร้อมกับขบวนแห่ ผึ้งทั้งหลายได้บินขยายเป็นตาข่ายมุงไปบนพระเศียรขององค์พระพุทธรูป และบินไปมาในระหว่างที่คนเดินขบวนแห่นั้น ผึ้งเหล่านั้นไม่ได้กัดต่อยผู้ใดเลย นับว่าเป็นสิ่งอัศจรรย์อย่างยิ่งใน ปฏิหาริย์ของพระพุทธรูปองค์นี้ เมื่อขบวนแห่ถึงวัดหัวเวียงฝูงผึ้งได้บินขึ้นไปทำรังอยู่ที่เพดานพระวิหารนานถึง 7 วันแล้วก็พากันบินไป และอีกเหตุการณ์หนึ่งคือ การจัดงานฉลองสมโภช 4 วัน 3 คืน มีการถวายอาหาร จตุปัจจัยไทยทานแก่พระภิกษุสงฆ์ ในขณะนั้นได้เกิดมีลมบ้าหมูพัดขึ้นมาอย่างแรง ทำให้ต้นจตุปัจจัยล้มระเนระนาด ลมพัดเฉพาะในวิหารเท่านั้น ส่วนนอกวิหารไม่มีลม และในสมัยก่อนเมืองแม่ฮ่องสอนไม่มีไฟฟ้าใช้ เมื่อถึงวันเพ็ญเดือนสิบเอ็ด และวันเพ็ญเดือนสิบสอง พระพุทธรูปองค์นี้เปล่งรัศมีจากองค์พระทำให้พระวิหารสว่างไสวไปหมด ชาวบ้านเห็นอยู่อย่างนี้หลายครั้ง จึงเป็นที่นับถือของชาวบ้านอย่างยิ่ง ถือได้ว่าเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองแม่ฮ่องสอนในบริเวณรั้วเหล็กจึงห้ามผู้หญิงเข้า

สิ่งสำคัญของวัดหัวเวียง


1. พระพุทธรูป 5 องค์ เป็นพระพุทธรูปโบราณ องค์ใหญ่อยู่ตรงกลางหันพระพักตร์อยู่ทางทิศตะวันออก สร้างเมื่อ พ.ศ. 2406 องค์รองลงมาอยู่ด้านหน้าขององค์ใหญ่หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออกส่วนองค์เล็กอีก 3 องค์สร้างเรียงไว้ทางทิศเหนือ จำนวน 2 องค์สร้างไว้ทางทิศใต้หันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ 1 องค์

2. วิหารพลาละแข่ง สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐาน พลาละแข่งคู่บ้านคู่เมืองแม่ฮ่องสอนวิหารทรงปราสาท 2 องค์ โดยองค์ใหญ่เป็นเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีความกว้างและยาวเท่ากัน คือ 1,850 เมตร สูงจากพื้นประมาณ 15 เมตร ตัวอาคารสร้างด้วยไม้ พื้นล่างเป็นคอนกรีตเฉพาะพื้นด้านในปูด้วยกระเบื้องลายต่างๆ ผนังคอนกรีตขึ้นรับกับฝาลูกกรงไม้ หลังคาเป็นชั้นๆ รวมสามชั้น ส่วนยอดเป็นยอดโดม มุงด้วยสังกะสี และสลักลวดลายสังกะสีประกอบทุกชั้นไป สำหรับวิหารหลังเล็กซึ่งตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออก ก่อสร้างแบบเดียวกับวิหารหลังใหญ่ และสันนิษฐานว่าคงจะสร้างขึ้นพร้อมกันแต่มีความละเอียดกว่า โดยมีหลังคา 5 ชั้น ไม่รวมยอดโดมและฉัตร ตัววิหารมีความกว้าง 6.40 เมตร ยาว 8.30 เมตร ภาษาไทใหญ่เรียกวิหารเล็กนี้ว่า “ อะโหย่งข่าม” ซึ่ง หมายถึงที่รับแขก อนึ่ง วิหารหลังนี้ได้รับการบริจาคไม้ก่อสร้างจากลุงส่างวิสะและมีลุงจองหวุ่นนะเป็นผู้ออกค่าแรงงานก่อสร้างผู้ก่อสร้าง คือลุงหม่องหง่วย ประณีตศิลป์ การก่อสร้างใช้เวลาราว 2 ปี จึงเสร็จเรียบร้อย วัสดุในการก่อสร้างจำพวกสังกะสีกระจกสี และกระเบื้องปูพื้น ได้นำมาจากเมืองพม่า

พระเจ้าพลาละแข่ง หรือพระมหามุนี พระพุทธรูปองค์นี้มีประวัติเล่าว่า สมัยเมื่อ 90 ปี ก่อนที่จะนำมาจำลองไว้ที่แม่ฮ่องสอน มีประวัติเล่าว่า มีพ่อค้าคนหนึ่งชื่อว่า ลุงจองโพหย่าเป็นพ่อค้าวัวต่างการคมนาคมสมัยนั้นลำบากมาก เวลาจะไปทำการค้าขายต้องใช้วัวต่างม้าต่างหรือช้างต่าง บรรทุกสิ่งของไปขาย อยู่มาวันหนึ่งพ่อลุงจองโพหย่าได้นำวัวต่างออกจากบ้านเพื่อไปค้าขายในต่างอำเภอ ในระหว่างเดินทางนั้นต้องรอนแรมไปในป่าตลอดทาง มีอยู่วันหนึ่งพ่อลุงจองโพหย่าพร้อมด้วยพรรคพวกได้พักแรมในป่าดังกล่าว พอตกเวลาเย็นกินข้าวกันเรียบร้อยแล้ว ก็เอาหมากมาเคี้ยวกิน เพราะคนสมัยนั้นชอบกินหมาก พ่อลุงโพหย่ากินหมากเสร็จเรียบร้อยก็ไม่ได้เก็บเชี่ยนหมากไม่ได้ปิดฝาแล้วเข้านอน พอตื่นตอนเช้าก็พบมีพระบรมธาตุ 1 องค์ใหญ่ขนาดเม็ดข้าวโพดอยู่ในเชี่ยนหมาก ลุงจองโพหย่าจึงได้บอกแก่เพื่อนฝูงที่เป็นพ่อค้าด้วยกันทราบแล้วจึงเดินทางเข้าไปในเมือง เพื่อจะทำผอบทองคำมาใส่พระบรมธาตุนี้เมื่อได้ผอบทองคำแล้วก็นำไปใส่พระบรมธาตุมาไว้ที่บ้านปางหมูก่อน แล้วกลับเข้าไปในเมืองแม่ฮ่องสอนอีกครั้งเพื่อเข้าไปบอกข่าวให้กับชาวเมืองแม่ฮ่องสอนทั้งหลายที่มีศรัทธาได้ทราบ คณะศรัทธาบ้านปางหมูพร้อมด้วยประชาชนทั้งหลายก็นำเอาฆ้องกลองไปแห่พระบรมธาตุเข้ายังเมืองแม่ฮ่องสอนและนำไปไว้ที่บ้านลุงจองโพหย่า วันรุ่งขึ้นได้มีการถวายอาหารบิณฑบาตและบอกเพื่อนบ้านมาร่วมอนุโมทนาเพื่อเป็นสิริมงคล ลุงจองโพหย่าได้ทำการค้าตามปรกติและรู้สึกว่าติดต่อค้าขายคล่องเป็นพิเศษมีกำไรมาก

อยู่มาวันหนึ่ง ลุงจองจองโพหย่าเรียกเพื่อนบ้านที่เป็นพ่อค้าด้วยกัน พร้อมกับลุงจองหวุ่นนะและพรรคพวกอีกหลายคนมาปรึกษากัน ว่าพระบรมธาตุที่ได้มานี้จะนำไปบรรจุไว้ในองค์พระเจดีย์ที่วัดพระธาตุดอยกองมูดีกว่า เพื่อให้ประชาชนได้กราบไหว้ สักการบูชา แต่ในที่ประชุมนั้นมีเสียงคัดค้านว่าเจดีย์นั้นเป็นเจดีย์เก่าจึงได้ตกลงกันว่า จะติดต่อจำลองพระมหามุนีหรือพระเจ้าพลาละแข่ง จากเมืองมัณฑเลย์ ประเทศพม่า เอามาไว้ที่เมืองแม่ฮ่องสอนโดยให้ลุงจองโพหย่ากับลุงจองหวุ่นนะไปติดต่อ

พระเจ้าพลาละแข่ง สร้างขึ้นเมื่อ จ.ศ. 1279 ตรงกับปี พ.ศ. 2416 การนำเอาพระพุทธรูปนี้มาจากเมืองพม่าโดยบรรทุกลงเรือลงมาตามแม่น้ำสาละวิน(น้ำคง) เรื่อยมาจนถึงน้ำปายถึงท่าเรือบ้านท่าโป่งแดงก็อัญเชิญขึ้นฝั่งแล้วนำมาไว้ที่วัดพระนอน เรือที่บรรทุกเป็นเรือถ่อ ใช้เรือทั้งหมด 9 ลำ เพราะถอดพระพุทธรูปออกเป็น 9 ชิ้น ซึ่งมีน้ำหนัก 999 กก. เมื่อทางวัดหัวเวียงสร้างพระวิหารเสร็จเรียบร้อยจึงได้อัญเชิญพระเจ้าพลาละแข่งมาประดิษฐานไว้ที่นี่

กิจกรรมผลงานที่สำคัญและงานประเพณีเกี่ยวกับวัด


1. วัดหัวเวียง ใช้เป็นหน่วยเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล สมาชิกสภาจังหวัด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตลอดทั้งยังเป็นที่ชุมนุมของลูกเสือชาวบ้านทุกเดือน แม้กระทั่งการประชุมพระสังฆาธิการในอำเภอและต่างอำเภอ ในจังหวัดและต่างจังหวัดที่มีส่วนร่วมก็มาประชุมกันที่วัดนี้ตลอดมาไม่มีขาด

2. ช่วงที่มีการจัดงาน การเวียนเทียน เทศกาลต่างๆ การแห่จองพารา ในช่วงที่มีการท่องเที่ยวมากนักท่องเที่ยวจะต้องจองไว้ก่อน เพราะอาจจะทำให้วัดเต็มได้ และมีประเพณีถวายข้าวมธุปายาส ในวันที่ 10 แต่งดา วันที่ 11 ถวาย วันที่ 12 หลู่ (จ่าก้าคนนอนวัด) ของเดือนกันยายน

3. ประเพณีแฮนซอมโก่จา (งานทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้วายชน)ในช่วงเดือนตุลาคม

ข้อมูลจาก  http://www.taiyai.org/index.php?name=places&file=readplaces&id=14


TAGS:
Posted by | 28-10-2557 | 14:27
0 total comment 0 | total like 677 | total view

likeLike
favoriteAdd to Favorite
Share Link:
 

กรุณา Login เพื่อแสดงความคิดเห็น


ความคิดเห็นสมาชิก

    677

    Views
    แก้ไขล่าสุดวันที่ 07/02/2558 15:04:42

    สร้างทริปใหม่

    แผนที่



    ข้อมูลการติดต่อ


    • เลขที่ 15 ถนนสิงหนาทบำรุง ตำบลจองคำ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
    • 053-612003


    เที่ยวเชียงใหม่การเดินทาง





    เที่ยวเชียงใหม่เจ้าของบทความ



    เที่ยวเชียงใหม่
    เที่ยวเชียงใหม่
    2 บทความ
    อ่านบทความอื่นๆ



    คำค้นยอดนิยม


    เชียงใหม่
    เที่ยวเชียงใหม่
    ที่กินเชียงใหม่
    วัด
    เชียงราย
    ที่พักเชียงใหม่
    พะเยา
    เที่ยวเชียงราย
    น่าน
    ร้านกาแฟเชียงใหม่
    ลำพูน
    อุตรดิตถ์
    แม่ฮ่องสอน
    แพร่
    ร้านอาหารเชียงใหม่
    ร้านกาแฟ
    เที่ยวลำพูน
    น้ำตก
    เที่ยวอุตรดิตถ์
    แม่แตง